วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

อร่อยกับพิซซ่าเตาถ่านร้านแรกในกรุงเทพฯ

ยูฮู้......  ฮันโหลล  สวัสดีค่ะ เพื่อนๆที่น่ารักทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง สบายดีกันรึป่าว อากาศหนาวๆๆ แบบนี้อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยเน้อ  วันนี้เราเราพิซซ่าเตาถ่านมาฝากเพื่อนๆด้วยแหละ  พร้อมที่จะไปดูกันรึยังถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่า เนอะๆ ปะๆๆ
พิซซ่าหน้าพาร์มาแฮมที่มีเคล็ดลับไม่ให้พาร์มาแฮมโดนความร้อนมากเกินไป จึงใช้ไม้โค้งพาดพิซซ่าทั้งถาดแล้ววางพาร์มาแฮม ทั้งน่ากินและแสนอร่อย เชฟตั้งใจวางรีคอตต้าชีสให้เหมือนสายน้ำสีขาว ด้านล่างโรยมอซซาเรลลาชีส และซอสมะเขือเทศบนแป้งบางกรอบ ทำให้พิซซ่าคำโตนั้นยิ่งอร่อยครบรส ร้านเบลล่า นโบลี ร้านพิซซ่าดังย่านสุขุมวิทเปิดมานานกว่า 10 ปี เคล็ดลับง่ายๆของความอร่อยคือ ที่นี้เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนรสชาติเดียวกับอิตาลี ซอสมะเขือเทศนั้นต้องนำเข้าจากอิตาลี และพาร์มาแฮมก็ต้องมาจากเมืองพาร์มาเม่านั้น นำมาสไลด์บางๆสดใหม่ทุกครั้ง ก่อนวางพาดบนไม้เพื่อไม่ทำให้เนื้อแฮมแห้งและสุกเกินไป เมื่อทานจะได้รสชาติแท้ๆความอร่อยอีกอย่างที่ต่างจากพิซซ่าร้านอื่นคือ รีคอตต้าชีสที่ให้รสชาติหอมมันยิ่งขึ้นร้านตกแต่งง่ายๆสไตล์คาเฟ่ในอิตาลี ดูอบอุ่นพร้อมความอร่อยๆที่ไม่ต้องบิบไปไกลถึงถิ่นกำเนิดพิซซ่า ที่อยู่ 3/3 ซ.สุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี) โทร 02 259 0405

อร่อยกับพิซซ่าเตาถ่านร้านแรกในกรุงเทพฯ

อร่อยกับพิซซ่าเตาถ่านร้านแรกในกรุงเทพฯ

Linguine all’Aragosta
ลิงกวินี พาสต้าเส้นแบน จานที่เรียบง่ายแต่โดดเด่นอยู่ที่ซอสมะเขือเทศ และการลวดเส้นแบบกึ่งสุกกึ่งดิบสไตล์อิตาลีแท้ และเพิ่มความสีสันด้วยล็อบสเตอร์จากแคนาดา นำทุกอย่างผัดรวมกันและปรุงรสให้ครบเครื่อง จัดใส่เปลือกล็อบสเตอร์นำไปอบในเตาไฟร้อนจัดจนเป็นสีแดงสด รสกลมกล่อม คุณพงศรักษ์ แทนประยุทธ เจ้าของร้านและเชฟ ใช้เวลาว่างในช่วงเรียนอังกฤษ เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วอิตาลี และกิจวัตรที่ไม่เคยพลาดคือการเดินเข้าร้านอาหารอิตาลี ทั้งลองชิมและศึกษารสชาติความแตกต่างของแต่ละร้าน  จึงนำประสบการณ์ทั้งหมด เข้าครัวทำอาหารอิตาเลียน ให้คนไทยมีโอกาสลิ้มลองอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ทั้งยังเน้นใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและสดใหม่สมุนไพรบางชนิดก็ปรุงเอง สามารถเด็ดมาทำอาหารสดใหม่จานต่อจานไร้สารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงร้านตกแต่งเรียบง่ายแต่แฝงความหรูหรา มีครัวเปิดมองเห็นเตาฝืนสำหรับอบพิซซ่าและเชฟขณะเข้าครัวปรุงอาหารทุกจาน  ที่อยู่ 63 ซ.สุขุมวิท โทร 02 651 1163
เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับพิซซ่าที่เรามาฝากเพื่อนๆ วันนี้  ก็หวังว่าจะถูกอกถูกใจให้เพื่อนๆได้บ้างเน้อ สำหรับครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาฝากเพื่อนๆอีกบ้างก็อย่าลืมติดตามอ่านกันด้วยละ สำหรับวันนี้ไปก่อนแหละ สวัสดีค่ะ  บ้ายบาย
เครดิต   showroomblogger

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีการอ่านแปลน

อ่ะฮะ ๆ กลับมาพบกันอีกแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง สบายดีกันไหม  อากาศหนาวๆแบบนี้ ดูแลสุขภาพกันบ้าง นะ เดี๋ยวจะไม่สบายกันไปซะก่อน  สำหรับความรู้ที่เราเอามาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้ ก็ยังคงเป็นเรื่องของการก่อสร้างและแบบบ้าน หวังว่าคงเพื่อนๆคงจะยังไม่เบื่อกันนะ  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปดูกันเลยดีกว่า
คำว่าแปลน ในแบบก่อสร้างนี้ก็คือรูปตัดทางนอนในระดับกลางความสูงหน้าต่างโดยตัดในแนวนี้ตลอดทั้งอาคาร แล้วยกอาคารส่วนบนออกมองตรงๆลงมาจากข้างบน ดูรูปที่ 4 เป็นแปลนชั้นล่าง และรูปที่ 5 เป็นแปลนชั้นบน แนวการตัดกลางช่วงอาคารตอนแนวดังนี้จะให้สามารถมองเห็นส่วนใหญ่ๆของอาคาร
1.       หน้าตัดเสา จากแปลนจะทราบว่าตอนมุม ตอนกลางของช่วง หรือตอนมุมของห้องเหลี่ยมในแปลนจะเขียนเป็นหน้าตัดสี่เหลี่ยมของเสา แม้จะยังไม่ทราบขนาด ก็สามารถรู้ว่าเสาอยู่ในตำแหน่งใดบ้างและห่างกันเป็นช่วงๆเท่าใด เช่นตามรูปจะมีระยะจากริมเสาถึงริมเสาอีกข้างหนึ่ง 3.20 เมตร 2.40 เมตร 1.80เมตร และ 1.20 เมตร ตามตัวเลขที่บอกไว้ตามแนวที่บอกระยะขอบรอบๆแปลนนั้น
2.       ผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบสองหน้า ในช่วงห่างของเสาสี่เหลี่ยมดังกล่าว จะมีผนังก่ออิฐเป็นเส้นทึบหรือเส้นคู่แสดงว่าก่ออิฐปิดในช่วงนั้น ผนังอิฐก็ถูกตัดในระดับเดียวกันกับแนวกลางของความสูงหน้าต่าง จากรูปแปลนจะทราบแน่ว่าในการกั้นห้องในระหว่างช่วงเสาใดจะมีผนังกว้างเท่าใด

วิธีการอ่านแปลน

3.       รูปตัดหน้าต่างและประตู ดูจากแปลนจะอยู่ในแนวช่วงเสา บางช่วงมีรูปตัดทางนอนของหน้าต่างตลอดช่วง บางช่วงของเสามีผนังก่ออิฐบางตอนและมีช่องหน้าต่างอยู่ด้วย หน้าต่างจะนิยมใช้ เป็นตัวอักษร ส่วนประตูจะใช้ ส่วนตัวเลขกำกับอักษรเป็นการบอกว่าหน้าต่างหรือประตูมีอยู่หลายแบบ เช่น น1 หรือ ป1 ถ้าต้องการทราบรายละเอียดสำหรับหน้าต่าง-ประตูดังกล่าวให้ไปดูในแบบขยายที่เขียนไว้ บางทีใช้วิธีเขียนเป็นรายการบอกไว้ ขนาดวงกบ กรอบบาน ขนาดกว้างและ สูง กรุกระจกหนาเท่าใด ตลอดจนการใช้อุปกรณ์ด้วยเพราะถือว่าเป็นช่วงก่อสร้างด้วยกันควรจะได้ทราบงานที่มาประกอบกันให้เป็นไปตามรายการ มิต้องเขียนรูปตัดขยายแต่เพียงอย่างใด ในรูปแปลนไม่สามารถเขียนหน้าตัดวงกบหรือกรอบบานให้ได้ความหนาตามสเกล ได้เพียงประมาณเท่านั้น แต่ระยะกว้างของหน้าต่างจะต้องเขียนเข้าสเกลเสมอ โดยมากจะคิดตามความกว้างของบานประตูเป็นสำคัญ ให้ดูจากรูปขยายจะเห็นได้ชัด
4.       แสดงระดับของพื้นชั้นล่าง แม้แปลนจะแสดงความกว้างเป็นสำคัญแต่เผื่อให้ผู้อ่านแบบก่อสร้างทราบไเทันทีด้วยตัวเลข เช่น +0.45 แสดงว่าสูงกว่าระดับดินสมมติ (ระดับที่กำหนดเมื่อถมแล้ว) 0.45 เมตร หรือเขียน +0.35 แสดงว่าสูงกว่าระดับดินสมมติ 0.35 เมตร และต่ำกว่าระดับ +0.45 อยู่ 0.10 เมตร
ส่วนสิ่งอื่นในแปลนชั้นล่างและชั้นบนที่แสดงไว้อาจเป็นความกว้างและยาวของบันได ห้องน้ำ เฉลียง หลังคาที่เห็นอยู่ในแปลนชั้นบน นอกจากนี้ยังได้นำตู้ โต๊ะ หรือเตียง ใส่ลงในแปลนเพื่อให้มีความสมบูรณ์และสามารถเปรียบเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวทำให้ทราบขนาดของห้องได้ ทราบว่าห้องนั้นๆมีความสะดวกสบายอย่างไร ควนระบุชัดไว้ในรายการว่าเฟอร์นิเจอร์มิได้รวมกับการก่อสร้างอาคารด้วย
เป็นยังไงกันบ้างสำหรับความรู้ัที่เราได้เอามาฝากเิพื่อนๆ ในวันนี้  สำหรับครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาฝากเืพื่อน ๆอีกบ้างก็อย่าลืมติดตามอ่านกันด้วยเน้อ สำหรับวันนี้ขอตัวไปก่อนแหละ สวัสดีค่ะ บ้ายบาย 

เครดิต   showroomblogger


วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

มาดูฮวงจุ้ยเกี่ยวกับตัวศาลและสีของศาลกัน

มาดูฮวงจุ้ยเกี่ยวกับตัวศาลและสีของศาลกัน

         มาแล้วววววค่ะอุ้มกลับมารายงานตัวแล้วค่ะเป็นไงกันบ้างค่ะสบายดีกันรึป่าวค่ะส่วนตัวอุ้มเองก็สบายดีนะ (ไม่มีใครถามเลยแต่อยากบอก5555) ช่วงนี้มีใครวางแผนจะไปเที่ยวที่ไหนกันรึป่าวค่ะถ้าก็ขอให้เที่ยวให้สนุกนะของฝากด้วยนะสำคัญอยู่ที่ตรงนี้แหละ5555 ล้อเล่นนะสำหรับใครที่ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนก็เข้ามาอ่านบทความของอุ้มกันได้นะอาจจะช่วยแก้เบื่อแก้เซ็งได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ หรืออาจจะทำให้เบื่อเซ็งยิ่งกว่าเดิมก็ไม่รู้555 ไม่ว่าจะไปเที่ยวหรือไม่ไปก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยยิ่งช่วงนี้อากาศเย็นๆ อีกแล้วก็ดูแลตัวเองด้วยนะเป็นห่วงกลัวไม่สบาย สำหรับวันนี้อุ้มก็มีฮวงจุ้ยเกี่ยวกับตัวศาลและสีของศาลมาฝากเพื่อนๆ กันด้วยและอยากรู้กันยังถ้างั้นเราไปดูกันเลยค่ะถ้าตามหลักฮวงจุ้ยแล้วตัวศาลถือว่าเป็นธาตุไฟสีของธาตุไฟนั้นก็คือสีแดงซึ่งศาลพระภูมิก็จะมีธาตุต่างๆ รวมกันแล้วส่วนใหญ่แล้วศาลพระภูมิจะเป็นสีขาวตัดกับสีทองและสีแดงขอบๆ ก็จะมีสีฟ้า สีน้ำเงินบ้างบางศาล ส่วนสีที่ไม่ดีกับศาลทุกชนิดนั้นก็คือ สีฟ้า สีน้ำเงิน และก็สีดำ นั้นก็เพราะว่าทั้ง3สีนี้ถือว่าเป็นสีของธาตุน้ำซึ่งจะไปพิฆาตกับธาตุไฟจะทำให้ขาดพลังในการส่งเสริมถ้าเกิดว่าเราใช้3สีน้ำตัดลายขอบๆ ก็ไม่เป็นไรแต่...ถ้าใช้สี3สีทั้งตัวศาลถือว่าผิดไม่เป็นมงคลแต่ก็มีบ้านที่ตั้งศาลเป็นสีที่ขัดกับหลักฮวงจุ้ยนั้นก็เพราะว่าคุณตากับคุณยายได้ไปเข้าฝันบอกว่าอยากจะได้ศาลและของทุกอย่างที่อยู่ในศาลเป็นสีฟ้าถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมากเลยค่ะ ซึ่งบางครั้งหลักพิธีกรรมก็ขัดกับหลักฮวงจุ้ยเหมือนกันค่ะ จบแล้วค่ะเป็นไงกันบ้างค่ะหวังว่าจะมีประโยชน์เพื่อนๆ และก็หวังว่าเพื่อนๆ จะความรู้เรื่องนี้มากขึ้นนะแล้วกลับมาพบกันใหม่ในฉบับหน้าแล้วครั้งหน้าอุ้มจะเอาเรื่องอะไรมาฝากเพื่อนๆ กันอีกก็ต้องติดตามกันต่อไปนะสำหรับวันนี้อุ้มก็คงต้องขอตัวลาไปก่อนนะ สวัสดีค่ะ >3<
เครดิต หนังสือศาสนาและความเชื่อ
credit  showroomblogger

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัย

ใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัย

สวัสดค่ะเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนช่วงนี้เราเจอกันบ่อยนิสนึงยังไงก็อย่าเพิ่งเบื่อเค้านะ T^T แล้วช่วงนี้เพื่อนๆ ได้วางแผนจะไปเที่ยวกับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนที่ไหนกันรึป่าวคะถ้ายังไงก็อุ้มก็ขอให้เพื่อนๆ เดินทางโดยปลอดภัยนะค่ะแล้วที่สำคัญก็อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเลงด้วยนะเค้าเป็นห่วง >//< สำหรับวันนี้อุ้มก็มีการใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัยมาฝากเพื่อนๆ กันด้วยและเราไปดูกันเลยค่ะ
  • เริ่มแรกเราก็มาดูการใช้สายไฟให้ปลอดภัยกันก่อนเลยค่ะสายไฟจะต้องไม่อยู่ใกล้กับแหล่งที่มีความร้อนหรือถูกของที่หนักๆ ทับเป็นเวลานานเพราะอาจจะทำให้สายไฟชำรุดได้ง่ายและก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้แล้วสายไฟก็ต้องไม่ไปพาดอยู่บนโครงเหล็ก ราวเหล็ก รั้วเหล็กหรือว่าส่วนที่เป็นโลหะจะต้องร้อยท่อหรือว่าพุกประกับให้เรียบร้อยก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟรั่วลงบนโครงโลหะซึ่งอาจจะทำให้เราได้รับอันตรายได้
  • มาดูที่เต้ารับและเต้าเสียบกันต่อเลยเต้ารับและเต้าเสียบจะต้องไม่แตกแล้วก็ต้องไม่มีรอยไหม้ด้วยแล้วการต่อสายที่เต้ารับกับเต้าเสียบก็ต้องต่อให้แน่นสนิทแล้วก็ต้องใช้ขนาดของสายให้เหมาะสมด้วยเวลาจะเสียบใช้งานเต้าเสียบจะต้องแน่นแล้วเต้ารับก็ต้องติดตั้งไว้ในที่แห้งๆ ไม่เปือกหรือมีรน้ำท่วมและที่สำคัญก็ควรติดให้ไกลมือเด็กด้วยเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับเด็กได้
  • มาที่แผงสวิทซ์ไฟกันต่อเลยค่ะแผงสวิทซ์ไฟจะต้องติดตั้งไว้ในที่แห้งและก็สูงพอควรแล้วก็ตรวจดูด้วยว่ามีมดหรือแมลงเข้าไปทำรังอยู่รึป่าวถ้ามีให้เราจัดการทันทีสำหรับแผงสวิทซ์ที่เป็นโลหะควรที่จะต่อสายลงดินด้วย
  • มาที่เบรกเกอร์ก็ควรตรวจให้ดีว่าฝาครอบมีรอยแตกร้าวรึป่าวแล้วก็ต้องปิดฝาครอบให้มิดชิดแน่นหนาแล้วก็ต้องติดตั้งเบรกเกอร์ในที่แห้งไม่อยู่ใกล้กับสารเคมีที่ไวไฟต่างๆ แล้วก็ควรเลือกขนาดของเบรกเกอร์ให้เหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย
  • และสุดท้ายเลยก็คือคัดเอาท์ฝาครอบคัทเอาท์จะต้องไม่แตกและก็ต้องปิดอย่างมิดชิดแล้วก็ต้องใส่ฟิวส์ให้ถูกขนาดขั้วต่อสายที่คัทเอาท์ก็ต้องแน่นด้วย
จบแล้วค่ะเป็นไงกันบ้างหวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ กันนะสำหรับในครั้งหน้าอุ้มจะเอาเรื่องอะไรมาฝากเพื่อนๆ กันอีกก็ต้องติดตามกันต่อไปนะแล้วกลับมาพบกันใหม่ในเร็วๆ นี้แน่นอนค่ะสำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ >3<

ที่มาจากหนังสือ อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

เลือกซื้อที่นอนกับ 3วิธี


ว้าววว  สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนเป็นยังไงกันบ้างสบายดีกันรึป่าว ใกล้ๆอากาศหนาว ๆ แบบนี้ แถมยังใกล้ปีใหม่แบบนี้ มีโปรแกรมจะไปเที่ยวไหนกันรึยัง  ยังไงก็ขอให้เที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ เที่ยวเผื่อเราด้วยละ อ๋อ แล้วก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วย นะเรามาเจอกันแบบนี้แน่นอนว่าเราจะต้องมีความรู้มาฝากเพื่อนๆ กันอย่างแน่นอน  ความรู้ในวันนี้เราก็ยังคงอยู่กันในเรื่องของ ที่นอนอีกเช่นเคย อย่าพึ่งเบื่อเค้าละ วันนี้เราก็มีวิธีของการเลือกที่ซื้อที่นอน เป็นวิธีง่ายๆ รับรองว่าเพื่อนๆจะต้องทำได้แน่นอนเราไปดูกันเลยดีกว่า วิธีการเลือกซื้อที่นอนเนี่ยมันมีกี่วิธีแล้วมีวิธียังไงบ้าง  เราก็ไปกันเลย
1.     เรามาเริ่มกันที่วิธีแรกกันเลยดีกว่า  เพื่อน ๆจะต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนว่า  เพื่อน ๆเนี่ยชอบที่นอนแบบไหน   วันนี้เราก็มีมาให้เพื่อน ๆได้ลองเลือกดู
·        แบบที่ นุ่มด้วยแต่ก็แน่นนิดหน่อย   ที่นอนแบบนี้จะช่วยลดปัญหาในเรื่องของการนอนทับจดเป็นเหน็บช้า นั้นเอง ที่นอนแบบนี้จะได้ความรู้สึกทั้ง 2 อย่าง ทั้งนุ่มและก็แน่น ด้วย
·        แบบที่สองที่เราเอามาฝากเพื่อนๆ วันนี้ แบบที่แน่นอย่างเดียว  จะทำให้เพื่อนๆ นอนหลับสบาย  ไม่ปวดหลัง  มันจะทำให้ทุกสัดส่วน ของร่างกาย
·        ต่อมาก็เป็นที่นอนแบบที่นุ่มอย่างเดียวเลย ที่นอนแบบนี้มันจะให้ความนุ่นและความสบายในตอนนอน
·        สำหรับแบบสุดท้ายที่เราจะเอามาให้เพื่อนๆ เลือกก็คือ 
                                                 
เลือกซื้อที่นอนกับ 3วิธี



2.     สำหรับข้อต่อมาสำหรับวิธีในการเลือกซื้อที่นอน นั้นก็คือ ให้เพื่อนๆ กำหนดและระบุประเภทของที่นอน เราจะมีประเภทของที่นอนมาฝากเพื่อนๆด้วยเราไปดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง 
-          Spring offset                         - Pocket spring
-          Science Foam                        - Loam
-          Natural Latex
3.     ข้อที่สามแล้วจ้า ข้อสุดท้ายแล้ว  ถ้าเราเลือกประเภทที่เพื่อนๆ ต้องการได้แล้ว  เพื่อนๆก็ให้พนักงานให้พาไปเลือกที่นอนที่เพื่อนๆ อยากจะได้ และให้ถามเรื่องของการอุปกรณ์วัสดุของที่นอนว่ามีอะไรบ้าง    และที่สำคัญถ้าเพื่อน ๆ ได้ที่นอนที่ต้องการแล้วให้ลองขึ้นไปนอนและลองไปสัมผัสดูว่า ตรงกับที่เพื่อนๆ อยากได้รึป่าว 


เป็นยังไงกันบ้างค่ะเพื่อนๆ สำหรับคำแนะนำที่เราได้เอามาฝากเพื่อนๆ วันนี้ ยังไงก็ลองเอาไปใช้ได้นะ สำหรับครั้งหน้าเราจะเอาความรู้อะไรมาฝากเพื่อนๆอีกละก็อย่าลืมติดตามอ่านกันด้วยละ  สำหรับวันนี้ต้องของตัวไปก่อนนะค่ะ สวัสดีค่ะ บ้ายบาย แล้วมาพบกันใหม่นะ >.<