วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิธีเลือกใช้สี

วิธีเลือกใช้สี

มาแล้ววววว :D อุ้มกลับมาแล้วค่ะเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนเป็นไงกันบ้างสบายดีกันรึป่าวแล้วที่สำคัญคิดถึงเค้าไหมอ่ะอุ้มกับมาในวันนี้อุ้มก็มีเรื่องเกี่ยวกับการเลือกใช้สีมาฝากเพื่อนๆ กันแต่จะถูกในกันรึป่าวนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กันเพื่อนๆ แล้วอยากรู้กันรึยังถ้าอยากรู้ก็ไปกันเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา Go Go ถ้าพูดถึงสีในปัจจุบันนี้สีก็มีขายอยู่ตามท้องตลาดเยอะแยะมากมายหลายชนิดเลยการที่เราจะเลือกใช้สีสำหรับบ้านหรืออาคารนั้นอุ้มแนะนำควรใช้สีที่มีความเหมาะสมหรือตรงกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะใช้งานอยากรู้กันรึป่าวว่าสีนั้นมีประโยชน์หรือหน้าที่เฉพาะของสีอย่างไรถ้าอยากรู้ไปดูกัน
  •        เริ่มแรกเลยนะการทาสีนั้นนอกจะจะทำให้พื้นผิวเรียบร้อยและสวยงามแล้วยังสามารถที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากแสงแดด สภาพอากาศ ฝน และการสัมผัสจากการเช็ดถูกับพื้นผิวด้วย
  •       สำหรับการทาสีนั้นจะต้องเลือกใช้ให้ดีให้ถูกต้องตามลักษณะในการใช้ตามพื้นที่ต่างๆ แล้วยังสามารถที่จะทำให้พื้นผิวนั้นทำความสะอาดก็ง่ายและไม่ดูดซึมน้ำและก็สารละลายต่างๆ อีกด้วยตัวอย่างเช่น ห้องครัว เราควรที่จะใช้สีที่ทำความสะอาดได้ง่ายเช่นสีน้ำมันหรือจะเป็นสีAcrylicอย่างดีก็ได้ และสำหรับห้องน้ำนั้นเราก็ควรที่จะเลือกใช้สีที่นต่อน้ำและความชื้นได้ดีทำความสะอาดง่ายๆ
  •       การเลือกเฉดสีต่างๆ นั้นนอกจากจะมีผลกับความรู้สึกของเราแล้วยังสามารถที่จะช่วยในการปรับความจางความเข้มของแสงแดดและก็แสงไฟได้ด้วยและก็ยังสามารถที่จะช่วยเพิ่มหรือลดความเข้มของแสงในอาคารหรือบ้านเราได้อีกด้วยตัวอย่างเช่นในห้องดูหนังหรือดูภาพยนตร์เราควรที่จะเลือกใช้เฉดสีที่มือๆ น่าจะดีจะได้ไม่รบกวนการดูหนังหรือภาพยนตร์ด้วยแล้วสำหรับห้องหนังสือของเราก็ควรที่จะเลือกเฉดสีที่สว่างๆ เช่น สีขาว
  •       สำหรับข้อสุดท้ายนั้นถือว่าสำคัญมากเลยในการที่เราจะเลือกใช้สีนั้นก็คือความสวยงามและก็ความพอใจซึ่งมีผลกับเราโดยตรงเลยดังนั้นการที่เราจะเลือกใช้สีนั้นสิ่งแรกเลยนะเราควรที่จะดูว่าพื้นที่ๆ เราจะทานั้นมีมากน้อยหรือหนักเบาเท่าไร และก็ต้องดูด้วยว่าพื้นที่นั้นมีความต้องการพิเศษรึป่าวด้วยและสุดท้ายเราค่อยคำนึงถึงความชอบและก็ความสวยความงาม
จบแล้วค่ะเป็นไงบ้างหวังว่าคงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะแล้วถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วยนะแล้วพบกันใหม่ในเร็วๆ นี้ สวัสดีค่ะ >3<


วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หลักการ ก่อนจะติดตั้งแก๊สรถยนต์

หลักการ ก่อนจะติดตั้งแก๊สรถยนต์ 

เราลองมาดูหลักการที่จะต้องพิจารณาก่อนที่เพื่อน ๆ จะติดแก๊สรถยนต์ เรื่องแรกที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นก็คือ  รถยนต์ประเภทไหนบ้างที่จะติดตั้งได้   ยานพาหนะหรือรถที่จะนำมาดัดแปลงแล้วนำมาติดตั้งระบบที่เป็นแก๊ส   ที่มันจะสามารถใช้ได้ทุกรุ่นและทุกยี่ห้อ มีทั้งดีเซล และ เบนซิน  แต่ก็ยังมีรถบางรุ่นที่ต้องห้ามไม่ให้ใช้ นั้นก็คือ รถที่มาจากค่ายยี่ห้อ ของยุโรปเป็นเครื่องยนต์ที่ทำงานอยู่ในลักษณะ ที่เป็นหัวฉีดน้ำมัน
·        เรามาดูแก๊สธรรมชาติกันบ้างดีกว่าว่ามีกี่ประเภทและมีอะไรบ้าง  การที่เราจะเลือกแก๊สนั้นเราควรจะต้องคำนึงถึงการใช้งานและประเภทของรถ   รถประเภทแรกนั้นก็คือ
1.)   รถที่เป็นรถขนส่ง อย่างเช่น  รถบรรทุก  รถกระบะ   รถหัวลากคอนเทนเนอร์  และ รถเมล์   ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าสามารถรับน้ำหนักของถังแก๊ส เพราะว่ามันมีน้ำหนักที่ค่อนข้างจะมากได้   และกำลังอัดที่มากกว่า  โดยที่ไม่ทำให้รถมันเสียการทรงตัว
2.)  รถยนต์ที่เป็นรถโดยสาร แบบ ทั่ว ๆ ไป  เราขอแนะนำให้เลือก เป็นน้ำมัน LPG เพราะว่า มันมีน้ำหนักที่เบากว่า  และที่สถานที่ปั๊มให้บริการเป็นจำนวนมาก แบบทั่วประเทศ
แก๊สรถยนต์

               
·        ต่อมาเราก็มาดูอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้งแก๊ส กันบ้างดีกว่า  ในปัจจุบันนี้มีชุดที่ใช้ติดตั้งแก๊ส  มันก็มีอยู่ 2 ระบบ  นั้นก็คือ   ระบบฉีด   เพราะว่ามันมีจำนวนหัวฉีด   อย่างเช่น  4 สูบนั้น ก็จะมี 4 หัว มันจะควบคุมด้วยกล่อง ECU ส่วนของการทำงานก็จะใกล้เคียงกับระบบน้ำมัน  และระบบที่สอง นั้นก็คือ  เป็นแบบที่ใช้หม้อต้ม ปริมาณของแก๊สที่ได้ปล่อยเข้ามานั้นก็จะไม่สามารถปรับและจูนได้ด้วยตัวของมันเอง มันจะต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ อย่างสูง ที่สามารถฟังเสียงแล้วสามารถฟังเสียงก็สามารถรู้ได้เลย
·        เรามาดูกันบ้างดีกว่าว่า การที่จะติดตั้งแก๊สรถยนต์นั้น เพื่อน ๆ ควรที่จะรู้เรื่องอะไรบ้าง  อย่างแรกเลยนั้นก็คือ  เพื่อน ๆ จะต้องเตรียมตัวเองเสียก่อน  เรียนรู้กับระบบแก๊สรถยนต์ที่เพื่อนๆ จะนำมาติดตั้งในรถยนต์ของเพื่อน ๆ นะค่ะ  และข้อที่สอง ถ้ารถของเพื่อน ๆ เป็นรถป้ายแดง  เพื่อน ๆควรที่จะต้องตรวจสอบรถ  ประมาณ  1,000  กิโลเมตรก่อน  จึงจะหมั่นใจได้ว่ารถของเพื่อน ๆ นั้นถ้าติดแก๊สแล้วมันจะไม่เกิดปัญหาถ้านำรถไปติดตั้งแก๊สแล้ว  แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนเป็นรถรุ่นเก่า  ก็ควรที่จะเริ่มจากการนำรถยนต์ไปตรวจเช็คสภาพของรถก่อน  ไปอู่ที่เพื่อน ๆนั้นใช้งานเป็นประจำ  ถ้าที่กรองอากาศถ้าไม่ได้เปลี่ยนไปนานแล้วก็ให้เปลี่ยนใหม่เลยก่อนที่จะติดแก๊ส

ก็เป็นยังกันบ้างค่ะ สำหรับความรู้ทีได้นำมาฝากในวันนี้  ที่นำมาฝากในวันนี้ก็เป็นแค่สวนหนึ่งนั้นนะ จ๊ะ  ยังไงก็ลองไปอ่านและศึกษาดูบ้างนะค่ะ  ถ้าเพื่อน คนไหน จะติดแก๊สก็อย่าลืมศึกษาให้ดี ก่อนนะค่ะ  สำหรับฉบับหน้าเราจะนำอะไรมาให้ฝากเพื่อน ๆ อีกละก็อย่าลืมอ่านนะค่ะ ก็ต้องขอลาไปก่อนนะค่ะ สวัสดีค่ะ 

เครดิต  ติดตั้งแก๊ส

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

กลเม็ดเด็ดพรายปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวทีเด็ด

·       น้ำก๋วยเตี๋ยวหมูต้องปรุงกันอย่างนี้
เคล็ดลับที่ไม่น่าจะลับ ที่จะแนะนำมีดังต่อไปนี้ จะต้องเอากระดูกหมูที่มีขายกันอยู่จากเขียงหมูมาก่อน ซื้อเอามาสัก3-4ดุ้น เพื่อเอามาต้มนำซุปสำหรับหม้อก๋วยเตี๋ยว 1 หม้อเราสามารถทำตามนี้ได้เลยนะจ๊ะ จะต้องเอากระดูกหมูทั้งหมดมาล้างให้สะอาดเสียก่อน จากนั้นเอาไปลวกในน้ำเดือด เอามาวางบนเขียงจัดการทุบกระดูกหมูดุ้นใหญ่ๆ นี้ให้แตกก่อนเอาไปต้มเพื่อทำน้ำซุปส่วนการทุบกระดูกหมูให้แตกนี้ก็เพื่อเวลาเคี่ยวน้ำซุปจะได้ผลดีมากยิ่งขึ้น ไขกระดูกที่มีอยู่ในกระดูกหมู ข้างในจะละลาย ออกมาแล้วมันจะรวมกับน้ำซุป เราก็จะได้รสชาติที่หอมหวาน มากกว่าการไม่ได้ทุบดังอย่างที่บอกมา 

กลเม็ดเด็ดพรายปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวทีเด็ด

กลเม็ดเด็ดพรายปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวทีเด็ด

เสร็จแล้วก็ทำการเคี่ยวกระดูกหมูไปเรื่อยๆในเวลาเดียวกันก็เอารากผักชีล้างให้สะอาด ใช้รากผักชีประมาณสัก 1 กำมือตามด้วยเอากะหล่ำปลีหัวเขื่องๆ ผ่าซีกใส่ไปสัก 1-2 หัว ก็ยิ่งดี เคี่ยวไปพร้อมกัน ความหอมหวานตามธรรมชาติของกะหล่ำปลีจะออกมาละลายกับน้ำซุปได้อย่างวิเศษนักเอามะระจีนผลใหญ่ๆมาผ่าครึ่ง หั่นเป็นชิ้นๆโดยเอาไส้ออก แล้วใส่ลงไปเคี่ยวอีก 2 ผลต่อมาก็ทุบกระเทียมใส่ลงไปในน้ำซุปนี้พอแตกอีก 5 หัว โดยปลอกเปลือกออกไปบ้างเอาเมล็ดพริกไทยดำหรือจะใช้เมล็ดพริกไทยล่อนก็ได้ ทุบพอแตกใส่ลงไป 2 ช้อนโต๊ะแล้วก็เคี่ยวให้น้ำซุปเดือดอ่อนๆ ไม่ต้องตั้งไฟให้มันแรงมากนะ  เคี่ยวเรื่อยไปสัก 2 ชั่วโมง ก่อนจะเอาไปปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ  บะหมี่ต้มยำ  บะหมี่น้ำ  เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวต้มยำ ไม่มีคำว่าผิดหวังอย่างแน่นอน
·       หมูบะช่อ ต้องได้รส
เรื่องของก๋วยเตี๋ยวหมูนั้น ที่จะต้องเอามาผสมผสานเข้าด้วยกันก็จะต้องเป็นเนื้อหมู แต่ในที่นี้หมายถึงหมูบะช่อนั่นเอง  แค่ชื่อก็น่ากินแหละหมูบะช่อที่เอามาปรุงกับก๋วยเตี๋ยวหมูนี้ จะต้องได้รับการปรุงแต่งรสชาติมาเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นก็จะหย่อนรสชาติที่ดีลงไปในอีกโขทีเดียวขั้นตอนแรกเลย ให้เอาเนื้อหมูที่สดและใหม่ จะใช้เป็นเนื้อหมูสันนอกก็ได้ หรือจะเป็นเนื้อหมูตรงสะโพกก็ได้ แต่ก็ควรมีมันหมูติดบ้างพอสมควร อย่าเอาเนื้อหมูล้วนๆมาเป็นหมูบะช่อ จะเกิดความแข็งกระด้างไม่นุ่มนวล 
·       สำหรับ เครื่องปรุง  นะค่ะก็จะมี
1.      เนื้อหมูสับ 1กก.
2.      ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
3.      เมล็ดพริกไทยดำ โขลกหยาบๆ 2 ช้อนโต๊ะ
4.      ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
5.      ซอสถั่วเหลืองปรุงรส 1 ช้อนชา
6.      เครื่องปรุงรส รสหมู ชนิดผง 1 ช้อนชา
7.      น้ำตาลทรายขาว 1 ช้อนชา
8.      รากผักชี โขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
9.      แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ  
เมื่อเตรียมเครื่องปรุงครบแล้วเรามาดูวิธีปรุง กันเลยดีกว่า
·       วิธีการปรุง
ให้เอาเครื่องปรุงและส่วนผสมต่างๆ ข้างต้นนี้มาใส่ลงไป ในหมูสับจำนวน 1 กก. ที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากันนวด ๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน มีความเหนียวพอสมควรแต่ถ้า บางคนเอาหมูสับมาใช้ทันทีโดยไม่มีการปรุงรสชาติ เช่น นี้เลยความเอร็ดอร่อยก็จะไม่ปรากฏอย่างแน่นอน แต่เมื่อเอามาปรุงด้วยเครื่องปรุงและส่วนผสมเช่นนี้แล้ว ก็จะได้เป็นหมูบะช่อที่มีรสชาติเป็นพิเศษ จะเอาไปปรุงในแกงจืดก็ได้ เอาไปปรุงในอาหารอะไรก็ได้ทั้งนั้น  ได้หมดไม่เลือก 
·     ควรลวกเนื้อหมูไว้ก่อนหรือไม่
ถ้าหากเป็นเนื้อหมูที่ต้มแล้วนี้ถูกวางทิ้งตากแสงแดด  ตากลม  จนมันแห้งราวกับไม้แข็งๆดิฉันว่ามันไม่ดี และไม่น่ากินอย่างแน่นอนทางที่ดีคือการเอาเนื้อหมูมาแล่เป็นชิ้นๆกำลังพอเหมาะ  พอดีคำ เวลาจะปรุงก๋วยเตี๋ยวก็เอาเนื้อหมูสดนั้นมาลวกพอสุกเอามาใส่ในก๋วยเตี๋ยวหมูจะโสภากว่า จะน่ากินกว่านั้นเอง
·     ตับหมูต้องลวกเดี๋ยวนั้น
ส่วนของตับหมูก็เหมือนกัน จะต้องเลือกเอาตับหมูที่ดี ไม่ผิดปกติหรือแข็งกระด้าง จะต้องอ่อนอย่างเคยได้ยินเค้าเรียกว่ากันว่าตับหมูแป้ง สังเกตได้ง่ายๆคือเวลาเอามีดตัดจะมองเห็นเมือกสีน้ำตาลจากตับหมูติดมีดอยู่ทั้งสองด้าน หากเป็นตับหมูที่ไม่ดี เวลาเอาคมมีดหั่นแล้วก็จะไม่มีอะไรติดคมมีดออกมาเลย เป็นตับหมูที่กระด้าง ตับหมูขี้โรค มันก็ไม่น่ากิน อ่ะเวลาจะเอาตับหมูมาปรุงในก๋วยเตี๋ยวหมู จะต้องเอาตับหมูสดๆที่หั่นเอาไว้แล้วแช่เย็นมาลวกเดี๋ยวนั้น หากลวกเอาไว้ก่อนจะได้ตับหมูที่แข็งและกระด้าง กินแล้วจะเสียรสชาติไม่ดีพอ  ไม่อร่อยถ้าต้องการให้มี ลูกค้ามาก จะต้องปรุงเช่นนี้จึงจะขายดิบขายดีอย่างแท้จริง มีหวังรวยแน่นอนเลย
·    ขั้นตอนในการเตรียมไส้หมูอ่อน
การที่จะเอาไส้หมูอ่อนมาเป็นเครื่องปรุงในก๋วยเตี๋ยวหมูนั้นจะต้องเอามาต้มจนเนื้อ เปื่อยซะก่อน หากเอามาลวกสดๆก็จะเหนียวมาก เคี้ยวไม่ขาดแน่ ๆเลย แต่ถ้าวิธีการเอามาต้มจนเปื่อยกำลังพอเหมาะนั้น มันจะต้องเอาไส้หมูอ่อนทั้งพวง มามัดหัวและท้ายด้วยเชือกซะ ก่อนป้องกันไม่ให้ของดีข้างในไหลออกมาหมด จากนั้นเอาส้อมจิ้มไส้หมูอ่อนหลายๆที่เพื่อระบายความร้อนออกไปในเวลาต้ม ไม่อย่างนั้นไส้หมูมันจะระเบิดออกมานะจ๊ะของดีที่อร่อยข้างในไส้หมูอ่อนก็จะไหลออกมาปนกับน้ำ ที่ต้มจนหมด เหลือแต่เพียงหลอดไส้หมูอ่อนเท่านั้น มันจะไร้รสชาติและไม่อร่อยไปโดยทันทีเลย  
·       ผักต่างๆ ที่เอามาปรุงจะต้องใหม่และสด
            ของทุก ๆ  อย่างจะต้องใหม่และสด ไม่ว่าจะเป็น   ผักสดต่างๆ เนื้อหมู ที่เอามาปรุงในก๋วยเตี๋ยวนี้ ผักที่เก่าเก็บ เหี่ยว ตายนิ่ง มองดูแล้วไม่น่าดูนั้น  อย่าว่าแต่สายตาที่เห็นไม่ดีเห็นงามด้วยเลย ยิ่งเอามาบริโภคด้วยแล้วยิ่งไม่ได้ทำให้เกิดความอยากกินขึ้นเอาเลนแม้แต่น้อย ส่วนถั่วงอกดิบ   คะน้า  ผักบุ้ง หรือผักอะไรก็ตาม จะต้องสดและใหม่จริงๆมีทั้งความกรอบอยู่เสมอ มีรสชาติดี หวานจากผักตามธรรมชาติ  อย่างนี้สิมันถึงจะน่ากิน 

แนะนำอื่นๆ showroomblogger